งานบุญครั้งนี้ เรียกได้ว่า ทั้งพระทั้งโยมปลาบปลื้มกันไม่หยุด ทางด้านคณะสงฆ์ ท่านบอกว่า ช่วงที่ท่านปลื้มสุดๆ ก็คือตอนกล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ช่วงเวลานี้สาธุชนกว่า 50,000คนได้กล่าวโดยพร้อมเพรียงกัน เสียงกล่าวแสดงตนเป็นพุทธมามกะ ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วทั้งเมืองเลยก็ว่าได้ ได้ยินได้ฟังแล้วทำให้ปลื้มจนขนลุกเลยทีเดียว และไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อนว่า คนมาอยู่รวมกันกว่าครึ่งแสนจะเงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ได้เพียงนี้
“ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานครั้งนี้ ปลื้มใจมากๆที่ได้เห็นภาพผู้คนชาวกรุงเทพฯ มาร่วมตักบาตรกันล้นหลามขนาดนี้ และที่สำคัญที่สุดก็คือ สิ่งที่พวกเราร่วมกันทำครั้งนี้ จะแสดงถึงความห่วงใยที่เรามีต่อผู้ที่อยู่ใน 4จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะสงฆ์”
หลายคนมองว่า การปลุกคนกรุงเทพฯให้ตื่นมาตักบาตรน่าจะเป็นเรื่องยาก จะทำได้หรือ แต่วันนี้ก็เป็นบทพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นแล้วว่า คนกรุงเทพฯมีใจรักในพระพุทธศาสนา และอยากจะมีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาเพียงใด เพราะผู้คนที่มาร่วมงานในวันนี้มีจำนวนมากกว่าหมื่นคน ทำเอาลานกว้างหน้าเซ็นทรัลเวิลด์เล็กไปถนัดตา
งานนี้มีท่าน มท.1 ร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง (รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย) ประธานโครงการดับไฟใต้ มาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส ท่านมาถึงก็ตกใจว่า ทำไมถึงจัดงานได้ยิ่งใหญ่อลังการขนาดนี้ ท่านกล่าวชื่นชมว่า “เป็นระเบียบเรียบร้อยดีมาก ไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน จัดมากี่ที่แล้ว ถ้าจัดกิจกรรมดีๆอย่างนี้อย่างต่อเนื่อง ไฟใต้ดับแน่ พระภิกษุที่อยู่ทางใต้ ท่านจะได้มีขวัญและกำลังใจ และอยู่อย่างมีความสุข”
นอกจากนี้ งานครั้งนี้ยังได้รับเกียรติจากท่านพ่อเมืองเพชรบูรณ์ นายต่อพงษ์ อ่ำพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เดินทางมาเป็นประธานฝ่ายฆราวาส แล้วก็เป็นประธานจัดงานเองด้วย ซึ่งท่านก็ได้ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการรับส่งคณะสงฆ์ซึ่งมีจำนวนมากถึง 1,500รูป ท่านกล่าวด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มว่า “ผมภูมิใจกับการจัดงานครั้งนี้จริงๆ”
ทบทวนบุญตักบาตรพระ จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดราชบุรี จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดภูเก็ต จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดสุรินทร์ และ จังหวัดแพร่
ชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ขอส่งความปรารถนาดีต่อคณะสงฆ์ และพี่น้องชาวพุทธภาคใต้ ขอให้ท่านทั้งหลายได้ปฏิบัติหน้าที่การเป็นชาวพุทธ เพื่อความเจริญรุ่งเรืองมั่นคงของพระพุทธศาสนา ทางคณะสงฆ์ต่างจังหวัดจะสนับสนุนส่งเสริม ให้ท่านทั้งหลายดำรงมั่น เพื่อความเจริญรุ่งเรืองของพระพุทธศาสนาต่อไป
หลายคนถึงกับหลั่งน้ำตาเพราะความปลื้มปีติ และประทับใจที่ได้เป็นหนึ่งในบุคคลประวัติศาสตร์ อีกทั้งได้มีโอกาสเห็นภาพคณะสงฆ์จำนวนมากขนาดนี้ จนมีเสียงบอกต่อๆกันมาว่า “1,400ปีตั้งแต่มีเมืองฮอดมา เพิ่งจะมีครั้งนี้แหละ เป็นครั้งประวัติศาสตร์เลย ปลื้มใจจริงๆที่ได้เห็นพระจำนวนมากขนาดนี้”
บทความนี้อธิบายความแตกต่างระหว่างมุทิตาจิตและอนุโมทนา ทั้งในด้านความหมาย การแสดงออก และอานิสงส์ของการมุทิตาและอนุโมทนา การมีจิตยินดีในความดีของผู้อื่นเป็นคุณธรรมที่ควรส่งเสริมในสังคม